ตาต่อตาฟันต่อฟัน จีนโต้กลับคว่ำบาตรจนท.และองค์กรของสหรัฐฯ

ทางการจีนประกาศคว่ำบาตรบุคคล และองค์กรของสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ เพิ่งประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีน 7 คน และยังเตือนความเสี่ยงและข้อพิจารณาในการดำเนินธุรกิจที่ฮ่องกงไปเมื่อไม่กี่วันก่อน

หนึ่งในบุคคลที่ถูกทางการจีนประกาศคว่ำบาตรในครั้งนี้คือ นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากในขณะที่นายรอสส์เคยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เขาเคยกีดกันการค้ากับบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน อย่าง หัวเว่ย และ ZTE โดยอ้างเหตุผลเรื่องใบอนุญาต นอกจากนี้ยังมี โซฟี ริชาร์ดสัน ผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอตช์ในจีน แคโรลิน บาร์โธโลมิว ประธานคณะกรรมาธิการทบทวนเศรษฐกิจและความมั่นคงสหรัฐอเมริกา-จีน รวมทั้ง อดัม คิง จากสถาบันรีพับลิกันนานาชาติด้วย โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่วัน ก่อนที่นางเวนดี เชอร์แมน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีกำหนดการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านี้ ทางการสหรัฐอเมริกาเพิ่งคว่ำบาตรล่าสุดของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ พุ่งเป้าไปที่บุคลากร 7 คนของสำนักงานผู้ประสานงานจีนประจำฮ่องกง ซึ่งอเมริการะบุว่า มีบทบาทในการกดขี่ขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตย โดยทั้งหมดมีตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายต่างๆ ของสำนักงานแห่งนี้ นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังได้ออกคำแนะนำไปยังภาคธุรกิจอเมริกันเกี่ยวกับความเสี่ยงในการประกอบกิจการหรือดำเนินธุรกิจในฮ่องกง ภายหลังจากที่จีนนำกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่มาใช้เมื่อปีที่แล้ว

ด้านกระทรวงต่างประเทศของจีนระบุเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เป็นความพยายามที่จะทำลายบรรยากาศการลงทุนในฮ่องกง ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และขัดต่อมารยาทพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก่อนที่จะมีการตอบโต้ด้วยการประกาศคว่ำบาตรบุคลากรและองค์กรของสหรัฐอเมริกาตามมา

ขณะที่ล่าสุด เจน ซากี โฆษกกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า สหรัฐฯ ไม่เดือดร้อนอะไรจากการตอบโต้ของจีน ซึ่งการกระทำนี้เป็นตัวอย่างล่าสุดที่ทำให้เห็นว่ากรุงปักกิ่งมีการลงโทษพลเรือน บริษัท หรือองค์กรต่างๆ อย่างไร เพื่อเป็นการส่งสัญญาณทางการเมือง โดยความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอเมริกาทวีความตึงเครียดมากขึ้น ในช่วงการบริหารประเทศโดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ และยังคงย่ำแย่จากประเด็นปัญหาเกี่ยวกับต้นตอของโควิด-19 ปัญหาสิทธิมนุษยชน และความมั่นคงทางไซเบอร์ ซึ่งหวังว่าการเดินทางเยือนจีนของนางเชอร์แมนจะช่วยทุเลาปัญหาความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ และนับว่าเป็นการเยือนจีนของเจ้าหน้าที่อาวุโสระดับสูงสุดของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลของนาย โจ ไบเดน.